จากคำกล่าวที่ว่า “เราควบคุมราคาผลผลิตไม่ได้ แต่เราควบคุมผลผลิตได้”

ด้วยสภาวะการผลิตข้าวในปัจจุบันนี้ ไม่ได้เอื้ออำนวยเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น สภาพน้ำ หรือแม้แต่ราคาของผลผลิต

ด้วยอาชีพการทำนา ยังเป็นอาชีพหลักของภาคการเกษตรไทย ชาวนาไทยจึงควรมีความตื่นตัวอยู่เสมอ ในการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยีใหม่ๆ

ดังนั้นแล้วชาวนาไทยต้องเตรียมอะไรบ้าง....

               1) การไถตากในช่วงแล้ง หรือพักหน้าดิน 15-30 วัน เพื่อลดเมล็ดพันธุ์ข้าวดีด, เมล็ดพันธุ์ข้าวปะปนในแปลงนา และเมล็ดวัชพืช เป็นต้น

               2) การปรับพื้นที่นาให้เสมอกัน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการเรื่องน้ำ การวิดน้ำเข้านาใช้เวลาน้อย ไม่สิ้นเปลืองน้ำมัน และสามารถควบคุมวัชพืชได้อีกช่องทาง 

               3) การปรับพื้นที่นาให้เป็นแปลงใหญ่ขึ้น เพื่อง่ายในการจัดการดูแล เช่นการฉีดยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช การหว่านปุ๋ย และสามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น รถฉีดยา หรือ เครื่องบินฉีดยา เป็นต้น

            1) เมล็ดพันธุ์ที่ดี ไม่มีพันธุ์อื่นปน ไม่มีข้าวดีด เลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้

        2) เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ ให้ตรงตามฤดู เพื่อลดปัญหาเรื่องโรคและแมลงรบกวน หรือใช้พันธุ์ต้านทาน

        1) เลือกหรือตรวจดูยาในโกดังเก็บยา ว่ายาตัวไหนมีความพร้อมไม่เปลี่ยนรูป ไม่เปลี่ยนสี หรือหมดอายุ เพื่อการนำไปใช้ฤดูต่อไป

        2) เกษตรกรมักใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เดิมซ้ำๆกัน ทำให้เกิดการต้านทานของศัตรูพืช เกษตรกรควรใช้ผลิตภัณฑ์สลับกัน เพื่อให้ศัตรูพืชไม่เกิดการดื้อยา

        3) ใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์ให้ตรงช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ช่วงเช้าหรือเย็น ลมสงบ 


           การหมั่นดูพื้นที่นาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีการทำนาเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทราบว่า บริเวณใดที่มีการระบาดของโรคและแมลง หรือพื้นที่ไม่เสมอกัน มีที่ดอน เพื่อให้ชาวนาได้ประโยชน์

          1) การจัดการพื้นที่นาในฤดูต่อไป เช่น ปรับที่นาที่มีที่ดอน หรือลุ่มเกินไป

          2) การจัดการเรื่องยาแมลง และเชื้อราต่างๆ ชาวนาใช้ยาได้ตรงโรค ตรงแมลง ใช้ยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“ชาวนาไทย คือ กระดูกสันหลังของชาติ”

การเตรียมตัวของชาวนาไทย เพื่อความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทางบริษัทโกลบอล ครอปส์ จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ให้ชาวนาไทยได้รับข้อมูลข่าวสารในด้านต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ โรครา สารป้องกันและจัดศัตรูพืช และเทคโนโลยี ที่จะเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนให้กับชาวนาไทยต่อไป